Clare’s Law: The Domestic Violence Disclosure Scheme

Clare’s Law: The Domestic Violence Disclosure Scheme
09 Dec 2015
Want create site? With Free visual composer you can do it easy.

สวัสดีค่ะเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักรทุกท่าน

ฉบับที่แล้วเราเริ่มต้นพูดกันถึงเรื่องโครงการเปิดเผยประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (The Domestic Violence Disclosure Scheme) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่ากฎหมายของแคลร์ (Clare’s Law) ซึ่งก็คือกฎหมายที่ให้สิทธิ์กับประชาชนเพื่อร้องขอข้อมูลประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของคู่ชีวิตของตน ฉบับนี้มาดูกันต่อว่า ขั้นตอนของการร้องขอนั้นเป็นอย่างไร

แต่ก่อนอื่นขอเฉลยคำถามที่ค้างไว้ตอนที่แล้วว่าทำไมถึงเรียกว่า Clare’s Law เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อหลายปีก่อนมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ Clare Wood วัย 36 ปี เธอได้เข้าไปใช้บริการของเว็บไซต์หาคู่ และได้เจอกับหนุ่มคนหนึ่งชื่อ George Appleton ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้พัฒนาผ่านเว็บที่เรารู้จักกันดีคือ Facebook ทั้งสองได้คบหากันโดยที่ฝ่ายหญิงไม่เคยทราบประวัติการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงของฝ่ายชายเลย ซึ่งรวมถึงการลักพาตัวโดยใช้มีดข่มขู่ ทั้งสองคบหากันจนกระทั่งฝ่ายหญิงทราบว่าฝ่ายชายไปมีสัมพันธ์ลับกับหญิงอื่นจึงบอกเลิก หลังจากนั้นฝ่ายชายก็รังควานและข่มขู่ฝ่ายหญิงเรื่อยมา และก็มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้น รวมถึงฝ่ายชายได้กลับไปกระทำชำเราฝ่ายหญิง จนในที่สุด ฝ่ายหญิงก็ถูกข่มขืนและบีบคอจนตาย แล้วฝ่ายชายก็ได้เผาศพเธอในบ้านของเธอเอง… โหดมั้ยคะ และเมื่อโดนตำรวจไล่ล่า พ่อหนุ่มคนนี้ก็หนีไปผูกคอตาย

ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนพบว่า ฝ่ายชายเคยโดนจำคุกมาแล้วเป็นเวลาสามปีในคดีที่เคยข่มขู่แฟนเก่าว่าจะฆ่าสุนัขของเธอ สาดหน้าเธอด้วยน้ำกรด และเผาเธอทั้งเป็น เป็นผลให้เขาโดนจำคุกดังกล่าว แต่ Clare ไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน เธอบอกพ่อเธอแต่เพียงว่าเขาเคยกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการขับรถเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นจึงมีการรณรงค์เพื่อให้มีการออกกฎหมาย ที่จะให้สิทธิ์ผู้หญิงในการทราบประวัติการกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของคู่ของตน เพื่อจะได้ทราบความเสี่ยงและระมัดระวัง…และนั่นเป็นที่มาของ Clare’s Law

อยากที่ดิฉันเคยเรียนในฉบับก่อนแล้วว่า การเปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมของคนคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดังนั้น การที่จะเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ ทีนี้ลองมาดูว่าหากคุณคิดว่าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องรู้ประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของคู่ชีวิตคุณ คุณจะสามารถทำได้อย่างไร

ขั้นตอนที่ว่ามีดังนี้ค่ะ

  • ขั้นตอนแรกคือติดต่อตำรวจ แจ้งให้ตำรวจทราบถึงเหตุว่าทำไมคุณจึงอยากทราบประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของคู่ชีวิตคุณ ขั้นตอนนี้คุณสามารถทำได้โดยเดินทางไปยังสถานีตำรวจ หรือโทร.หาตำรวจที่หมายเลข 101
  • ตำรวจจะซักถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุที่ทำให้คุณอยากทราบประวัติฯ พร้อมทั้งขอชื่อ วัน เดือน ปี เกิด และที่อยู่สำหรับติดต่อ
  • หากระหว่างที่คุณคุยกับตำรวจ คุณได้แจ้งเกี่ยวกับเรื่องที่อาจจะเป็นความผิด ยกตัวอย่างเช่น คู่ของคุณได้ทุบตีคุณ เป็นต้น ทางตำรวจจะสืบสวนเรื่องนี้เป็นคดีอาชญากรรม และอาจจะจับกุมคู่ของคุณหากจำเป็น ในขั้นนี้ตำรวจอาจจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่เป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งคุณสามารถไปขอความช่วยเหลือได้
  • ขึ้นอยู่กับว่าผลลัพธ์ในขั้นตอนการแจ้งเป็นอย่างไร หากมีมูล ตำรวจอาจจะเรียกคุณไปสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ขั้นนี้คุณจะต้องนำ ID เพื่อยืนยันตัวตนของคุณสองอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นพาสปอร์ต ใบขับขี่ บิลค่าน้ำค่าไฟ หรือใบเกิด (Birth Certificate) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะปรึกษากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ทัณฑสถาน เป็นต้น เพื่อดูว่าองค์กรเหล่านี้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง ตำรวจจะดำเนินการคำร้องของคุณและจะเปิดเผยข้อมูล (หากมีความจำเป็น) ภายใน 35 วัน
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการประเมินความเสี่ยง เพื่อดูว่าคุณมีความเสี่ยงจากการใช้ความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน
  • หากตำรวจเห็นว่าความเสี่ยงในการที่จะมีการใช้ความรุนแรงอยู่ในระดับต่ำ ถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะเคยมีประวัติการใช้ความรุนแรงมาก่อน ตำรวจก็จะไม่เปิดเผยประวัติฯ ให้คุณทราบ ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตำรวจหรือองค์กรอื่นๆ มีอยู่ ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัว และจะต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะเปิดเผย ตำรวจจึงจะสามารถกระทำได้ ดังนั้นถึงตอนนี้ หากคุณไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลให้ทราบ ก็ไม่ได้หมายความว่า บุคคลนั้นไม่มีประวัติการใช้ความรุนแรงมาก่อน แต่หมายความเพียงว่า ตำรวจอาจไม่มีข้อมูลนั้น หรือถ้ามี ตำรวจก็เห็นว่าคุณยังไม่อยู่ในสถานะที่เสี่ยงพอที่ตำรวจจะเปิดเผยข้อมูลนี้ให้คุณทราบได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากตำรวจตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล เขาก็จะแจ้งให้คุณทราบ
  • หากทางตำรวจเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นมาก ตำรวจก็จะวางแผนเพื่อจะเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น ตำรวจจะให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับผู้ที่จะเปิดเผยข้อมูลให้ทราบ ว่าใครควรจะเป็นผู้ได้รับข้อมูล และผู้ที่ตำรวจเปิดเผยข้อมูลให้ทราบไม่มีสิทธิ์บอกต่อ ยกเว้นว่าจะได้รับอนุญาตจากตำรวจอย่างชัดเจน และการเปิดเผยข้อมูล ตำรวจจะมาบอกให้คุณทราบตัวต่อตัว และจะไม่มีเอกสารใดๆ ให้ทั้งสิ้น
  • หากคุณยื่นคำร้องขอทราบประวัติการใช้ความรุนแรงของคู่ชีวิตของคุณเอง โดยทั่วไปแล้วตำรวจจะให้ข้อมูลนี้กับคุณโดยตรง ยกเว้นในกรณีที่ตำรวจเห็นว่าจะเป็นผลดีต่อตัวคุณเองมากกว่าที่จะแจ้งให้ผู้อื่นทราบ เช่น แจ้งให้ผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่จะปกป้องคุณจากการใช้ความรุนแรงได้ เป็นต้น
  • หากคุณร้องขอข้อมูลนี้ในฐานะบุคคลที่สาม ตำรวจอาจจะเลือกเปิดเผยข้อมูลนี้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงในการที่จะเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงโดยตรง แต่หากบุคคลนั้นเป็นเด็ก หรือเป็นบุคคลที่อ่อนแอ (Vulnerable) ตำรวจอาจจะเลือกที่จะเปิดเผยกับพ่อแม่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ แทน นั่นหมายความว่าหากคุณเป็นบุคคลที่สาม คุณอาจจะไม่ได้รับข้อมูลที่คุณร้องขอ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าตำรวจไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่หมายความว่าตำรวจไม่เห็นว่าคุณจำเป็นจะต้องทราบข้อมูลนี้เพื่อที่จะป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น
  • เมื่อตำรวจตัดสินใจที่จะเปิดเผยข้อมูล ตำรวจจะแนะนำผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ที่จะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง และสร้างแผนรักษาความปลอดภัยร่วมกับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเหยื่อของความรุนแรงด้วย

 

ทีนี้คงทราบกันแล้วนะคะว่า หากคุณคิดว่าคุณจำเป็นต้องทราบประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของคู่ชีวิตของคุณ คุณจะสามารถดำเนินการยื่นคำร้องขอข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร และอย่างที่เรียนแล้วว่าข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนี่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายออกมาเพื่อให้ตำรวจสามารถเปิดเผยข้อมูลบางอย่างได้ แต่ตำรวจก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง คือต้องพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นจริงๆ ถึงจะสามารถเปิดเผยได้ ดังนั้น ดิฉันขอฝากไว้กับสาวๆ ที่ชอบ “เม้าท์มอย” เรื่องชาวบ้านว่าหากบังเอิญว่าคุณไปรู้ไปเห็น หรือทราบข้อมูลอะไรของคนอื่นมา โดยเฉพาะเรื่องที่มีความรุนแรง ก็เงียบๆ ไว้ อย่าไปเม้าท์ต่อนะคะ เพราะคุณอาจจะกระทำความผิดตามกฎหมายได้โดยไม่รู้ตัวได้

 

แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ ระหว่างนี้หากเพื่อนๆ คนไหนมีข้อสงสัยคือคำถามที่จะถามทางชมรมฯ สามารถติดต่อมาได้ทางอีเมล์ twocharity@gmail.com นะคะ สวัสดีค่ะ

 

Did you find apk for android? You can find new Free Android Games and apps.
Share

ThaiSmileMedia

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *